แบ่งปันวิธีการอ่านหนังสือสอบ CU-TEP โดยไม่ต้องติวกับโรงเรียนติว ด้วยงบประมาณไม่ถึง 3,000 บาท

สวัสดีท่านผู้อ่านอีกครั้งค่ะ หายหน้าหายตาไปนานกับการเขียนบทความ เนื่องจากติดภารกิจสอบภาษาอังกฤษนี่เอง บทความนี้เป็นบทความจากประสบการณ์เตรียมสอบด้วยตัวเองในระยะเวลาประมาณสองเดือนครึ่ง อุปกรณ์ที่ใช้มีไม่กี่อย่าง หนังสือ สมุด ดินสอ ดิกชันนารี และ โซเชียลเน็ทเวิร์ค ทำแล้วได้ผลจริงสำหรับตัวผู้เขียน ถ้าใครจะหยิบจะยืมเทคนิคไปใช้ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ ค่อนข้างมั่นใจในระดับหนึ่งว่าน่าจะเอาไปประยุกต์กับการสอบรูปแบบอื่นๆได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับนักเรียน นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป ผู้เขียนขอละรายละเอียดบางส่วนที่สามารถหาอ่านในช่องทางอื่นออกไปนะคะ (วัน เวลา สถานที่สอบ รูปแบบในการสอบ กฎระเบียบต่างๆ)

 

จะเริ่มจากอะไรดี?

ข้อสอบมีสามพาร์ท และส่วนใหญ่ที่พลาดกันมาก หรือโดนหลอกจนปวดหัว จะอยู่ที่พาร์ท error identification ซึ่งมีเวลาคิดเพียงข้อละไม่กี่นาที เทคนิคการเตรียมตัวที่ใช้ก็มีตามลำดับดังนี้

  • หาหนังสือทวนไวยากรณ์แบบรวบรัดในเล่มเดียวมานั่งอ่านให้หมด หนังสือควรมีสรุปไวยากรณ์ที่ชัดเจนพร้อมโจทย์แบบฝึกหัดท้ายบททุกบท พยายามจำเรื่อง a an the, tense, เอกพจน์-พหูพจน์, adverb-adjective, infinitive, gerund ให้แม่นไว้ก่อน หากมีเวลาเหลือให้ดูเรื่อง if-clause, adverb clause, adjective clause เสริมเข้าไป รวมถึงเรื่องอื่นๆที่เหลือด้วย
  • หาหนังสือรวมโจทย์ error-identification มานั่งทำ ไม่ต้องกลัวว่าจะยากจนทำไม่ได้ เพราะเริ่มทำไปเรื่อยๆจะเริ่มชินจนเห็นรูปแบบที่ข้อสอบมักจะนำมาหลอกเราเอง เวลาทำไม่ต้องแปลทั้งประโยค แต่ดูรูปคำแบ่งเป็นส่วนๆ หา ประธาน กริยา กรรม ให้เจอ แล้วค่อยหาเหตุผลว่ามีตัวเลือกตัวไหนที่ไม่ถูกหลัก พยายามอย่าเปิดไปดูเฉลยก่อนทำเสร็จทุกข้อ พอทำเสร็จหมดแล้วตรวจคำตอบ ให้เขียนแก้ข้อที่ผิดพร้อมเขียนเหตุผลกำกับไว้ด้วย รวมคะแนนแต่ละบทที่ทำได้แล้วลองหาค่าเฉลี่ยว่าได้เกินครึ่งหรือไม่? ถ้าไม่ได้ก็หาหนังสือเล่มอื่นมาฝึกต่อไป

 

พอทำ error-identification ได้แล้ว ทำพาร์ทไหนต่อดี?

เมื่อไวยากรณ์เราเริ่มแม่น หรือเริ่มเมา(?) ได้ที่แล้ว พาร์ทที่อยากให้อ่านลำดับต่อไปคือ reading comprehensive ค่ะ ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเบ้หน้ากับบทความยาวมากๆก็เป็นได้ ไหนจะอภิมหาคำศัพท์อลังการงานสร้างอีก มาดูวิธีกันดีกว่า

  • พาร์ทนี้ไม่แนะนำให้หาบทความอ่านไปเรื่อยๆนะคะ แต่ให้หาแนวข้อสอบจริงมานั่งงงให้ชินค่ะ อ่านไปมึนไป งงไป เอาดิกชันนารีไว้ใกล้ๆตัว เปิดทุกคำที่ไม่รู้ก็ได้ แต่ช้า ให้ฝึกเดาศัพท์บ้างเพื่อลดเวลาอ่าน รอบแรกให้มองทั้งบทความ รอบที่สองอ่านให้ละเอียด จะเขียน จะวงข้อความสำคัญหรือแบ่งวรรคประโยคไว้ก็ดี
  • ในส่วนของคำถาม ให้อ่านคำถามให้ดี บางทีถามความแตกต่าง บางทีถามคำศัพท์ บางทีให้เติมประโยคที่หายไปลงในช่องว่าง บางครั้งให้สรุปหรือหาหัวข้อจากบทความ หรือไม่ก็ให้เปรียบเทียบกับหัวข้ออื่นๆ ที่ขาดไม่ได้คือคำถามแนวๆสรรพนามที่ขีดเส้นใต้ไว้นั้นใช้แทนตัวเลือกไหน? จริงๆเวลาอ่านมันจะเป็นตัวหนาไว้อยู่แล้ว ตอนอ่านให้หาคำตอบไว้เลยก็ได้ เขียนโยงไว้ในหน้านั้นเลยยิ่งดี จะได้ตอบเร็วขึ้น
  • ขนาดความยาวของบทความที่แนะนำให้อ่านเตรียมไว้ จะอยู่ที่ประมาณ ฟอนต์ cordia new 16 สองหน้ากระดาษ A4 แบบเต็มๆ เพราะจะได้ชินกับบทความยาวๆ ในข้อสอบจริงอาจจะสั้นกว่านี้ก็ได้

 

Listening ทำอย่างไรให้ฟังทัน?

จริงๆเป็นพาร์ทแรกที่ต้องเจอเวลาทำข้อสอบจริง ปัญหาคือบางคนจะตกใจกับเสียงสนทนาที่ยอมรับว่าพูดเร็วมาก และสำเนียงของแท้ที่บางทีคนไทยไม่ชิน อย่าว่าแต่ฟังเลย อ่านโจทย์ให้ทันก็ดีใจแล้ว นี่คือวิธีที่ใช้ในการทำพาร์ทนี้ค่ะ

  • พยายามดูข่าวสารที่เป็นภาษาอังกฤษ ดูสารคดี แต่ไม่แนะนำให้ใช้การฟังเพลงภาษาอังกฤษมากนัก เนื่องจากมีศัพท์ที่ไม่เป็นทางการเยอะเกินไป พอดูหรือฟังแล้วลองสรุปหรือจับใจความว่าเข้าใจมากน้อยแค่ไหน ดูแบบมีซับไตเติ้ลได้นะ ฝึกจนกว่าจะไม่ต้องดูซับไตเติ้ลก็ดี
  • ฝึกเปิดอ่านโจทย์กับคำตอบให้หมดในช่วงที่มีการอธิบายตัวอย่างข้อสอบ เราจะรู้คร่าวๆว่าเรื่องที่ฟังอาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งใดบ้าง ลดเวลาในการอ่านลงไปเล็กน้อย และอาจดีขึ้นด้วยการที่เราฝึกพาร์ทการอ่านมาก่อนหน้านี้แล้ว
  • ถ้าตัวเลือกในข้อสอบถูกพูดถึงในบทบรรยายเมื่อไหร่ ให้เขียนความเกี่ยวข้องไว้เลยว่า เกี่ยวกับใคร เวลานี้ทำอะไร? อยู่ในประเภทไหน? เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่? เพราะคำถามก็จะนำเอาเรื่องพวกนี้มาถามนี่เอง

 

สิ่งสำคัญในการอ่านหนังสือเตรียมสอบCU-TEPด้วยตัวเอง

  • การเลือกหนังสือที่จะใช้อ่านสอบ

 

ถ้าอ่านทบทวนหรือสอนความรู้เบื้องต้นให้กับตัวเอง ควรหาหนังสือที่เน้นเนื้อหาพร้อมกับโจทย์แบบฝึกหัดเล็กน้อย แต่มีสรุปเนื้อหาที่เราเข้าใจง่ายเป็นสำคัญ ไม่จำเป็นว่าเป็นหนังสือที่คนอื่นอ่านแล้วเราไม่ได้อ่าน อย่าลืมจดสรุปย่อในแบบของเราเองด้วย จะทำให้จำเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

 

ถ้าอ่านเพื่อทำแบบฝึกหัด ให้หาเล่มที่เป็นแบบฝึกหัดทั้งเล่ม พร้อมเฉลยอย่างละเอียด (แต่ไม่ต้องเยอะมากขนาดเต็มหน้ากระดาษต่อ 1 ข้อนะ) ข้อไหนที่เราทำผิด ก็เขียนเหตุผลอธิบายข้อที่ถูกในแบบของเราเองไว้ก็ดี

 

ถ้าอ่านเพื่อลุยโจทย์ของจริง หาหนังสือจากต้นสังกัด หรืออาจจะจำเป็นต้องใช้หนังสือภาษาอังกฤษทั้งเล่มเพื่อฝึกทำโจทย์ทุกพาร์ทให้ชิน (ใจจริงส่วนตัวไม่ค่อยแนะนำหนังสือที่แปลไทยมาเท่าไหร่ เพราะอาจจะคลาดเคลื่อนทางความหมายได้)

 

  • ระเบียบกับการพักผ่อน

 

จัดระเบียบตัวเองให้ดี พอได้หนังสือมาแล้วให้ดูว่าหนึ่งเล่มมีกี่บท? เราอยากอ่านกี่บทต่อหนึ่งวัน? และ กี่สัปดาห์ถึงจะอ่านครบทุกบท? จัดหาเวลาที่ตัวเราเองอยากจะขยันอ่านสักสองถึงสามชั่วโมงต่อวันในการลุยอ่าน และเผื่อวันขี้เกียจไว้สักห้าวันที่ทั้งวันไม่ได้แตะหนังสือเลย จะทำให้เราพอประมาณการได้ว่าควรทำอะไรและอ่านทดเวลาที่ขี้เกียจอ่านไปตอนไหนดี

 

อย่าลืมพักผ่อนสมองบ้าง ไม่ใช่ว่าที่เล่ามานี่ผู้เขียนอ่านทั้งวันทั้งคืนนะคะ ขอแค่สม่ำเสมอ ไม่ทิ้งช่วงนานเกินไปเป็นใช้ได้ อ่านคืออ่าน เที่ยวคือเที่ยว ไม่ต้องไปพยายามอ่านโต้รุ่งตีสองตีสาม ร่างกายจะแย่เอาค่ะ(ถ้าไม่ใช่เวลาปกติของผู้อ่านนะ)

 

  • เรียนทางลัดผ่านโซเชียลเน็ทเวิร์ค

โดยส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนมีเฟส มียูทูป id อยู่แล้วแน่ๆ ในเมื่อเราไม่อยากไปติว ก็ต้องหาของฟรีเอาตามกลุ่มวิชาการต่างๆในเฟสในยูทูปนี่ละค่ะ กลุ่มติวฟรีหรือสอนภาษาอังกฤษก็มีเยอะ แชนแนลในยูทูปที่ใช้สำหรับฝึกภาษาก็มีค่ะ หรือบางเว็บมีรีวิวข้อสอบแต่ละรอบไว้ให้เลยก็มีนะ

 

  • สรุปแบ่งปันวิธีการเตรียมตัวทั้งหมด

เวลาอ่านหนังสือ อ่านตามนี้ค่ะ

Grammar+Error Identification–>Reading+Vocab–>Listening+Vocab

(หนึ่งเดือนนิดๆ)                                      (ประมาณสามสัปดาห์)        (เวลาที่เหลือทั้งหมด)

ง่ายๆก็คือ ไม่ถนัดพาร์ทไหน เน้นพาร์ทนั้นมากหน่อย พออ่านครบสามพาร์ทก็นั่งทวนเรื่องที่ตกหล่นไป

จำนวนหนังสือที่อ่านไปทั้งหมด 5 เล่ม

1,250+390+159+179+315 = 2293 บาท

ที่ราคาหนักสุดจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งเล่ม ส่วนรองลงมา คือ พวก error identification แล้วก็เล่มอื่นๆตามลำดับ ที่บอกราคาเพราะต้องการรวมให้เห็นจริงๆว่า ประมาณสองพันต้นๆก็โอเคค่ะ

 

จากบทความทั้งหมดนี้ ผู้เขียนเองก็เคยสอบ CU-TEP มาหลายรอบพอสมควร แต่คะแนนได้ไม่น่าพอใจ แต่พอออกแบบวิธีอ่านหนังสือใหม่ ปรับตัวใหม่ ทำอะไรให้เป็นระเบียบมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ดีก็ตามมาค่ะ โดยไม่มีการไปนั่งติวจากสถาบันใดๆเลยสักแห่ง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยส่วนใหญ่คือหนังสือตามที่ได้ชี้แจงไว้เรียบร้อยแล้ว จึงหวังว่าจะเป็นกำลังใจส่วนเล็กๆสำหรับผู้อ่าน สำหรับการทำข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อจุดประสงค์ต่างๆต่อไปค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s