เผ่าพืช กับการพูดจาภาษาดอกไม้

เผ่าพืชอาจจะไม่ใช่เผ่าที่กำลังเป็นกระแสนิยมในขณะนี้ แต่ ด้วยความน่าสนใจของการ์ดที่ติดชื่อดอกไม้เป็นจำนวนพอสมควร คราวนี้เลยขอหาเรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับดอกไม้แต่ละชนิดมานำเสนอค่ะ ส่วนไปโผล่ติดชื่อการ์ดใบไหน ลองไปเดาดูเองนะคะ

 

Angel’s Trumpet

ดอกลำโพง หรือ ดอกแตรสวรรค์ ช่อดอกคว่ำลง ตอนออกดอกเริ่มแรกมีสีอ่อนแล้วกลีบดอกจะเข้มขึ้นตามระยะเวลาที่มากขึ้น ถึงชื่อจะเพราะ หน้าตาจะสวย แต่ก็สวยอันตราย เพราะเป็นดอกไม้มีพิษเกือบทุกส่วน

ความหมายของดอกไม้ : การเสียชีวิต, ความเชื่อทางจิตวิญญาณ

ที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/220048

 

Lily

ดอกลิลลี่ เป็นไม้ดอกเมืองหนาว ที่เติบโตมาจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ถูกใช้ทั้งในงานมงคลและอวมงคล ทางเอเชียตะวันออกใช้หัวลิลลี่เป็นยาสมุนไพร แต่บางเป็นพิษกับแมว

ความหมายของดอกไม้ : สีขาว-ความบริสุทธิ์, สีส้ม-สเน่หา, สีเหลือง-ความสุข, ดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเล่(Lily of the valley)-ความอ่อนหวานและหัวใจที่บริสุทธิ์, ดอกอีสเตอร์ ลิลลี่-สัญลักษณ์ของการแต่งงานครั้งแรก

ที่มา : http://www.theflowerexpert.com/content/mostpopularflowers/lilies

 

Rose

ดอกกุหลาบ เป็นไม้ดอกที่มีสายพันธ์ถึงเกือบ 120 สายพันธ์ มีทั้งกุหลาบพุ่ม และกุหลาบเลื้อย ซึ่งบางสายพันธ์สามารถเลื้อยได้ถึงเจ็ดเมตร ดอกกุหลาบถูกนำไปใช้ในงานหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกไม้ประดับ กุหลาบตัดช่อ น้ำหอม ทำอาหารและเครื่องดื่ม

ความหมายของดอกไม้ : สีแดง-ความรัก ความโรแมนติก, สีชมพู-ความรัก การให้กำลังใจ ความสง่างาม, สีขาว-การแต่งงาน จิตวิญญาณ การเริ่มต้นครั้งใหม่, สีส้ม-ความกระตือรือร้น สเน่หา, สีเหลือง-เพื่อน ความสุข สุขภาพที่ดี

นอกจากสีของดอกกุหลาบแล้ว จำนวนของดอกกุหลาบก็สื่อความหมายได้เช่นกัน รวมถึงการจัดดอกกุหลาบแบบต่างๆอีกด้วย(เนื่องจากเนื้อหามีค่อนข้างมาก จึงขอละเนื้อหาส่วนนี้เอาไว้)

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Rose

http://www.proflowers.com/blog/rose-colors-and-meanings

 

Camellia

ดอกคาเมลเลีย หากเรียกชื่อนี้คงไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไรนัก แต่ถ้าพูดชื่อภาษาญี่ปุ่นคงจำได้ไม่ยาก นั่นก็คือ ‘สึบากิ’ ดอกคาเมลเลียใช้เป็นไม้ดอกไม้ประดับ และยังใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นๆได้อีกด้วย ใบคาเมลเลียใช้ทำชา ส่วนเมล็ดใช้ทำน้ำมันสำหรับทำอาหาร หรือจะใช้ลับคมของอุปกรณ์จำพวกใบมีดตัดก็ได้

ความหมายของดอกไม้ : สีขาว-ความน่ารัก ความรักที่สมบูรณ์แบบ, สีชมพู-ความโหยหา, สีแดง-คุณคือเปลวไฟในดวงใจของฉัน

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Camellia

http://www.victorianbazaar.com/meanings.html

 

Sunflower

ดอกทานตะวัน นอกจากสีสันของดอกที่สวยงามแล้ว เป็นที่รู้กันดีว่าเมล็ดของดอกทานตะวันสามารถนำมาประกอบอาหาร หรือนำมาสกัดน้ำมันทำอาหารได้ ชาวอเมริกันพื้นเมืองหลายกลุ่มจะปลูกดอกทานตะวันไว้ทางทิศเหนือของแปลงปลูก พวกเขาเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า ‘น้องสาวคนที่สี่’ ร่วมกับพืชอีกสามชนิดที่ถูกเรียกว่าพี่สาวทั้งสาม คือ ข้าวโพด ถั่ว และแตง ดอกทานตะวันยังถูกใช้สกัดส่วนประกอบที่เป็นพิษออกจากดินอีกด้วย เช่น ตะกั่ว สารหนู ยูเรเนียม ดังเช่นเหตุการณ์ของอุบัติเหตุเชอร์โนบิล

ความหมายของดอกไม้ : ดอกทานตะวันช่อสูง-ศักดิ์ศรี, ดอกทานตะวันแคระ-ความรักเดียวใจเดียว

ที่มา : https://simple.wikipedia.org/wiki/Sunflower

http://www.victorianbazaar.com/meanings.html

 

Cherry Blossom

ดอกซากุระ เป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น อยู่ในตระกูลของต้นเชอรี่ มีประมาณสี่ร้อยกว่าสายพันธ์ ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีเทศกาลชมดอกซากุระตั้งแต่เดือนมีนาคมเรื่อยไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ดอกและใบของต้นซากุระสามารถใช้ทำขนมญี่ปุ่นได้ ส่วนชาซากุระถูกใช้ในพิธีแต่งงาน ส่วนดอกคอสมอสก็ถูกเรียกว่า อากิซากุระ(Akizakura) เนื่องจากมีรูปแบบของกลีบดอกที่เหมือนกันนั่นเอง

ความหมายของดอกไม้ :  ทางญี่ปุ่น-ความหวัง ชีวิตอันแสนสั้น(เนื่องจากดอกซากุระมีช่วงเวลาผลิดอกที่จำกัด), ทางจีน-ความสวยงามของผู้หญิง ท่าทางอันมีสเน่ห์ ความรัก อารมณ์ของหญิงสาว

ที่มา : https://simple.wikipedia.org/wiki/Cherry_blossom

https://en.wikipedia.org/wiki/Cherry_blossom

http://www.enkivillage.com/cherry-blossom-meaning.html

 

Amaryllis

ดอกว่านสี่ทิศ ไม้ดอกที่เติบตัวจากหัว ด้วยรูปทรงของดอกคล้ายดอกลิลลี่ การผสมเกสรจึงต้องมีผู้ช่วยในตอนกลางวันคือแมลงภู่ ในเวลากลางคืนจะเป็นหน้าที่ของผีเสื้อกลางคืนแทน ดอกว่านสี่ทิศยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของสมาคมเพื่อผู้ป่วยโรคฮันติงตัน(Huntington’s disease) หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทและความจำด้วย ส่วนของดอกหมายถึงอาการและลักษณะของผู้ป่วย ส่วนของใบแสดงให้เห็นถึงการปกป้อง การช่วยเหลือและการพัฒนาวิธีการรักษาโรคนี้

ความหมายของดอกไม้ : ศักดิ์ศรี, ความงามที่เปล่งประกาย, ความมุ่งมั่น

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Hippeastrum

http://www.teleflora.com/meaning-of-flowers/amaryllis

 

Hydrangea

ดอกไฮเดรนเยีย เป็นไม้พุ่มสูงหนึ่งถึงสามเมตร พบมากในเอเชียตะวันออก มักเลี้ยงให้ดอกมีขนาดที่ใหญ่เพื่อใช้เป็นไม้ประดับสวยงาม ทุกส่วนของต้นไฮเดรนเยียเป็นพิษระดับปานกลาง แต่รากใช้ทำยาขับปัสสาวะ บางครั้งมีรายงายว่าใบของมันใช้สูบเพื่อเป็นของมึนเมา(แต่ก็เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากสารพิษในใบเช่นกัน) ไฮเดรนเยียสายพันธุ์ของญี่ปุ่นเป็นชนิดที่ใบมีสารให้ความหวาน(ไม่เป็นพิษ) สามารถนำใบมาทำชา ซึ่งชาวญี่ปุ่นนำชาจากใบไฮเดรนเยียที่เรียกว่า ชาอามะ(Ama-cha) ไปใช้ในพิธีทางศาสนาพุทธ

ความหมายของดอกไม้ : ขอบคุณที่เข้าใจกัน, ไร้ซึ่งเยื่อใย

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Hydrangea

http://www.teleflora.com/meaning-of-flowers/hydrangea

 

Cosmos

ดอกดาวกระจาย เป็นไม้ดอกล้มลุก ปลูกง่ายโตเร็ว แต่ก็หมดสภาพเร็วเช่นกัน มีต้นกำเนิดมาจากแถบเม็กซิโก ต้นสูงประมาณสามถึงหกฟุต ลำต้นและกลีบดอกค่อนข้างบอบบางไหวตามลม ดอกคอสมอสบางชนิด เช่น ช็อกโกแล็ตคอสมอส(Cosmos atrosanguinea) เมื่อออกดอกจะส่งกลิ่นวานิลลาไปตามสายลม ชื่อคอสมอสนั้นมาจากภาษากรีกที่แปลว่า จักรวาลที่สมดุล(Kosmos)

ความหมายของดอกไม้ : ความรัก, ความสงบ, ความอ่อนโยน, ดอกช็อกโกแล็ตคอสมอส-รักคุณมากกว่าผู้อื่นทั้งปวง

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Cosmos_%28plant%29

https://www.gotoknow.org/posts/219961

http://www.theflowerexpert.com/content/aboutflowers/tropicalflowers/cosmos-pink

Symbolic and Meaning of Cosmos Flower

 

Tulip

ดอกทิวลิป ต้นกำเนิดมาจากแถบเปอร์เซียและตุรกี แต่ภายหลังทางฝั่งยุโรปได้นำไปขยายพันธุ์ต่อ ออกดอกหนึ่งดอกต่อหนึ่งต้น มีสีสันค่อนข้างหลากหลายยกเว้นสีน้ำเงิน(ดอกทิวลิปที่มีสีน้ำเงินจริงๆแล้วเป็นสีม่วงอ่อน) เทศกาลดอกทิวลิปที่รู้จักกันดีจัดขึ้นทุกปีในประเทศเนเธอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวจะได้ชมความตระการตาของดอกทิวลิปที่ถูกปลูกไว้ทั่วกันตลอดทั้งเมือง

ความหมายของดอกไม้ : สีแดง-เชื่อใจฉันเถอะ สารภาพรัก ความรักที่สมบูรณ์แบบ, สีเหลือง-ความสดใส กำลังใจ, สีขาว-การให้อภัย, สีม่วง-ความภักดี, ช่อดอกทิวลิป-ความสง่างาม ความยิ่งใหญ่

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Tulip

http://www.victorianbazaar.com/meanings.html

http://www.teleflora.com/meaning-of-flowers/tulip

 

Snapdragon

ดอกสแนปดราก้อน ได้ชื่อมาจากเวลาที่บีบดอกไม้แล้วกลีบดอกเปิดออกเหมือนมังกรเปิดปาก เป็นดอกไม้ทั่วไปที่พบบนเขตภูเขาหินของยุโรป อเมริกา และแอฟริกาเหนือ ขึ้นในสภาพดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีแสงแดดมากหรือแสงรำไร ช่อดอกค่อนข้างหนัก หากโดนลมแรงมักจะหักง่าย ในบางเขตของรัสเซียมีการสกัดน้ำมันจากเมล็ดเพื่อการบริโภค ขณะที่ใบและดอกมีสารต้านการติดไฟ จึงถูกใช้เป็นยาทาแผล ส่วนการย้อมสีเขียวก็มีการสกัดมาจากดอกไม้ชนิดนี้เช่นกัน

ความหมายของดอกไม้ : ความเข้มแข็ง, จริงใจ, อบอุ่นและเป็นมิตร, ความงดงาม ความมีเสน่ห์

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Antirrhinum

http://www.teleflora.com/meaning-of-flowers/snapdragon

http://www.victorianbazaar.com/meanings.html

 

Jasmine

ดอกมะลิ ดอกไม้กลิ่นหอมที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ตั้งแต่นำมาลอยน้ำดื่ม ทำขนม หรือไหว้ผู้มีพระคุณ ทางฝั่งของประเทศจีนใช้ดอกมะลิมาเป็นกลิ่นเสริมให้กับชาชนิดต่างๆ เช่นชาอู่หลงมะลิ ชาเขียวมะลิ ชาขาวมะลิ ทางฝั่งรัฐทางใต้ของอินเดียมีการเก็บเกี่ยวดอกมะลิเพื่อนำไปทำผลิตภัณฑ์จากดอกมะลิ มีทั้งแปรรูปส่งออกและทำเป็นอุตสาหกรรมน้ำหอม

ความหมายของดอกไม้ : สีขาว-ความมีน้ำใจ, สีเหลือง-ความอ่อนโยน ความสง่างาม, ฝั่งชาวอินเดีย-การบูชา ยึดมั่น, ฝั่งชาวสเปน-ความหลงไหล

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Jasmine#Jasmine_as_a_national_flower

http://www.victorianbazaar.com/meanings.html

 

Lotus

ดอกบัว มีทั้งบัวหลวง และบัวสาย บัวเป็นพืชประจำถิ่นเขตร้อนชื้น บัวหลวงเป็นดอกไม้ประจำชาติของเวียดนาม ดอกบัวมักถูกใช้เป็นเครื่องหมายทางศาสนาของชาวเอเชีย บัวเป็นพืชที่นำไปทานได้เกือบทุกส่วน ใบบัวยังสามารถใช้ห่ออาหารเพื่อนึ่งหรือเก็บรักษาอาหาร ในประเทศพม่าที่ทะเลสาบอินเล(Inle lake) มีการนำใยบัวมาทำเป็นผ้าเพื่อการทำเสื้อพิธีเพื่อถวายแด่พระพุทธรูปและพระสงฆ์

ความหมายของดอกไม้ : ความรักที่ผิดหวัง, การทิ้งอดีต, ทางศาสนาพุทธ-ความดี, ทางอียิปต์โบราณ-การตายแล้วเกิดใหม่(บัวสาย), ทางฝั่งจีน-ความเป็นมงคล

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Nelumbo_nucifera

https://sites.google.com/site/dxkbaw/khwam-hmay-khxng-dxkbaw

 

Dandelion

ดอกแดนดีไลออน เป็นดอกไม้ทั่วไปในฝั่งของยูเรเชียและอเมริกาเหนือ ความหมายของชื่อดอกไม้มาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘ฟันของสิงโต’ (dan-de-lion) เป็นดอกไม้ที่มีดอกย่อยๆประกอบกันเป็นกลุ่มจากจุดเดียวกัน คาดการณ์กันว่าดอกไม้ชนิดนี้มีการพัฒานาการมาตั้งแต่สามสิบล้านปีก่อนในยูเรเชีย เพื่อเป็นอาหารของมนุษย์และสัตว์ ใบแดนดีไลออนอุดมไปด้วยวิตามิน เอ ซี และ เค แต่ต้องนำใบไปลวกก่อนเพื่อลดความขม ถึงแม้บางคนอาจจะแพ้ใบแดนดีไลออนเมื่อรับประทานเข้าไป แต่สำหรับชาวสวนแล้ว ต้นแดนดีไลออนเป็นประโยชน์โดยมีรากที่ช่วยนำสารอาหารขึ้นมาสู่ดินชั้นบน และเป็นพืชที่เรียกแมลงมาผสมเกสรดอกไม้

ความหมายของดอกไม้ : ความสุข, ความซื่อสัตย์, เครื่องรางสำหรับความรัก, การรักษาความเจ็บป่วยทางจิตใจ, ความฉลาดทางอารมณ์และจิตวิญญาณ, การผ่านพ้นความท้าทายและปัญหาทั้งปวง

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Taraxacum

http://www.victorianbazaar.com/meanings.html

http://www.flowermeaning.com/dandelion-flower-meaning/

Em และ Performapal เด็คแห่งการแสดง

หัวข้อครั้งนี้มาจากหลังไมค์ค่ะ ถ้าพูดถึง Em ก็คงนึกถึงยูยะ โดยภาพรวมแล้วขอตีความไปในคีย์เวิร์ดของละครสัตว์แล้วกันค่ะ ยอมรับว่าเป็นหัวข้อที่หาข้อมูลพบแล้วต้องนั่งทำความเข้าใจอยู่หลายรอบ เนื่องจากชื่อบุคคลค่อนข้างอ่านยากพอสมควร หากผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยล่วงหน้าเลยค่ะ คำถามทิ้งท้ายก่อนอ่าน คิดว่าเด็คละครสัตว์ของยูยะเป็นละครสัตว์ประเภทไหนเอ่ย?

ต้นกำเนิดของละครสัตว์

คำว่า เซอร์คัส(ภาษาอังกฤษ : circus) ในภาษากรีก(krikos) แปลว่าวงกลม หรือ ห่วง ซึ่งในปัจจุบันจะหมายถึงโดมแสดงละครสัตว์ซึ่งมีพื้นที่เป็นวงกลมทรงสูง แต่ต้นกำเนิดของคำศัพท์นี้แท้จริงยังไม่มีใครยืนยันได้ ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่ามาจากชาวอังกฤษนามว่า ฟิลิปป์ แอสท์เล (Philip Astley) ขณะที่อีกส่วนเชื่อว่าสามารถย้อนประวัติกลับไปได้ถึงสมัยโรมัน

สมัยโรมโบราณ เซอร์คัสคือสถานที่สำหรับแสดงการแข่งรถม้า การแข่งขันของอัศวินบนหลังม้า การต่อสู้ของนักสู้ด้วยกันเอง หรือสู้กับสัตว์ เช่นเดียวกับสถานที่ทางฝั่งกรีกซึ่งเรียกว่า ฮิปโปโดรม(hippodrome) เซอร์คัสแห่งแรกในเมืองโรม มีชื่อเรียกว่า เซอร์คัส แม็กซิมัส(Circus Maximus) ตั้งอยู่ในหุบเขา ระหว่างเทือกเขาพาลาทีน(Palatine) และ อเวนทีน(Aventine) ช่วงแรกสร้างขึ้นด้วยไม้ ถูกรื้อและสร้างใหม่หลายครั้ง จนมาถึงการสร้างครั้งสุดท้าย เปลี่ยนจากไม้มาเป็นหิน มีพื้นที่กว้าง 90 เมตร ยาว 400 เมตร จุคนได้ถึงสองหมื่นห้าพันที่นั่ง

ละครสัตว์ในประเทศต่างๆ

— อังกฤษ

ฟิลิปป์ แอสท์เล เป็นผู้ให้กำเนิดละครสัตว์ในประเทศอังกฤษ เขาเป็นคนกำหนดพื้นที่แบบวงกลมเพื่อใช้ในการแสดง ทำให้มีคณะละครสัตว์อื่นๆตามมาอีกมากมาย ในช่วงนี้ได้มีผู้แสดงตัวตลกท่านแรก นั่นก็คือ โจเซฟ กริมัลดิ (Joseph Grimaldi) โรงละครสัตว์ในอังกฤษมักถูกสร้างขึ้นเมื่อความต้องการสร้างสิ่งปลูกสร้างในเมืองใหญ่ เช่น ลอนดอนฮิปโปโดรม (London Hippodrome) มีทั้งการแสดงละครสัตว์และมหรสพอื่นๆ ส่วนสถานที่เพื่อใช้ละครสัตว์อย่างจริงจังนั้น แอสท์เลได้ไปสร้างไว้ที่ปารีส ชื่อว่า แองกลาอิส(Amphitheatre Anglais) ซึ่งในภายหลังได้ส่งต่อให้นาย อันโตนิโอ ฟรานโคนิ(Antonio Franconi)ในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส หลังจากนั้นอันโตนิโอก็เปลี่ยนชื่อสถานที่แห่งนี้เป็น เซิร์ก โอลิมปิก(Cirque Olympique)

— อเมริกา

ชาวอังกฤษ จอห์น บิล ริกเก็ตส์ (John Bill Ricketts) เป็นคนแรกที่นำละครสัตว์ไปแสดงที่อเมริกา เมืองฟิลาเดลเฟีย หลังจากนั้นละครสัตว์ก็เป็นที่แพร่หลายในอเมริกา รวมถึงเป็นช่วงที่คณะละครสัตว์หลายคณะเริ่มเดินทางออกไปแสดงให้ทวีปอื่นๆได้ชมด้วย

–รัสเซีย

เกิดขึ้นในยุคของเลนิน ด้วยจุดประสงค์ว่าต้องการให้เป็นศิลปะการแสดงของประชาชน จึงมีการตั้งโรงเรียนขึ้นที่มอสโค(Moscow Circus School) ในโรงเรียนเปิดสอนในรูปแบบยิมนาสติกโซเวียต ซึ่งเมื่อเดินสายแสดงได้เสียงชื่นชมเป็นอย่างดีในเรื่องของความมีเอกลักษณ์และมีความสามารถในการแสดงดีเยี่ยม

–จีน

เป็นอีกประเทศที่มีลักษณะละครสัตว์ที่เฉพาะตัว ไม่มีการใช้สัตว์ในการแสดง เน้นความสามารถต่างๆของผู้แสดง เช่น กายกรรมกลางเวหา ศิลปะการทรงตัว การร้องละครงิ้ว การเชิดสิงโต

ละครสัตว์ร่วมสมัย

ความแตกต่างของละครสัตว์ร่วมสมัย กับละครสัตว์ยุคเก่า มีรายละเอียดแยกได้ดังนี้

— การฝึกซ้อม: ละครสัตว์ยุคเก่า จำกัดเฉพาะบุคคลในตระกูล แต่ยุคร่วมสมัยนั้นเปิดกว้างให้กับผู้สนใจเข้าร่วมทีม

— เวทีแสดง: ละครสัตว์ยุคเก่า แสดงในโดมสูง พื้นที่ภายในเป็นวงกลม ที่นั่งของผู้ชมเป็นแบบสแตนด์ แต่ยุคร่วมสมัยมีทั้งประยุกต์จากแบบเก่าสำหรับการแสดงบางชุด และใช้โรงละครทั่วไปในการร่วมแสดง

— การแสดง: ละครสัตว์ยุคเก่าจะมีผู้นำการแสดง (ringmaster) เป็นหัวใจสำคัญในการนำโชว์ต่างๆ ส่วนยุคร่วมสมัย จะมีโครงเรื่องหลักให้ตัวละครเล่นไปตามฉากที่วางเอาไว้

— เพลงประกอบการแสดง: ละครสัตว์ยุคเก่าใช้เพลงมาร์ช(March) หรือ วอลทซ์(Waltz)ที่เร่งจังหวะ ใช้เพลงเพื่อดึงความสนใจไปยังจุดต่างๆในการแสดง ส่วนยุคร่วมสมัย ใช้เพลงหลายทำนองเพื่อแสดงถึงความรู้สึกของโครงเรื่อง ตัวละคร หรือการดำเนินเรื่อง

การแสดง

— บทบาทของผู้แสดง

ที่เราคุ้นเคยกันดี จะเป็นจำพวกกายกรรมผสมกับยิมนาสติก รวมถึงการโดดบนแทรมโพลีน การทรงตัวเลี้ยงวัตถุต่างๆ เช่น จาน พลอง ลูกบอล ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ ตัวตลกประจำคณะ คอยสร้างสีสันระหว่างการแสดง ส่วนการแสดงผาดโผน ก็เป็นการแสดงส่วนหนึ่งสำหรับละครสัตว์ด้วย เช่น ปืนใหญ่มนุษย์ การกลืนไฟ การปามีด มายากล การกลืนมีด

— บทบาทของสัตว์ฝึก

สัตว์ฝึกของละครสัตว์ที่เป็นตันฉบับก็คือการแสดงบนหลังม้า ในช่วงหลังจึงเพิ่มสัตว์ต่างแดนเข้ามา เช่น ช้าง สิงโต เสือ สัตว์อื่นๆที่ใช้ร่วมแสดงในละครสัตว์ อาทิเช่น สิงโตทะเล หมี นก สุนัข แมว โดยที่ ไอแซ็ค เอ แวน แอมเบิร์ก (Isaac A. Van Amburgh) เป็นคนแรกที่นำแมวใหญ่เข้ามาร่วมแสดง ส่วนสตรีนักฝึกเสือที่มีชื่อเสียงก็คือ มาเบิล สตาร์ค(Mable Stark)

——- ข้อขัดแย้ง

เนื่องจากการแสดงละครสัตว์ที่ใช้สัตว์แสดงนั้น มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับสวัสดิภาพและการดูแลสัตว์เป็นจำนวนมาก รวมถึงพบว่ามีการทรมานสัตว์เพื่อให้ทำตามคำสั่ง ทำให้ประเทศจำนวน 40 กว่าประเทศ ไม่อนุญาตให้มีการแสดงละครสัตว์ที่ใช้สัตว์แสดงในประเทศของพวกเขา

 

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Circus#Origins

https://en.wikipedia.org/wiki/Circus_Maximus

https://en.wikipedia.org/wiki/Hippodrome

https://en.wikipedia.org/wiki/Amphith%C3%A9%C3%A2tre_Anglais

https://en.wikipedia.org/wiki/Chinese_State_Circus

https://en.wikipedia.org/wiki/Contemporary_circus#Characteristics

Raid Raptor

เด็คที่ยกมาพูดก็คือ ‘Raid Raptor’ แต่จะพูดตีความคนละแง่มุมละกัน โดยส่วนตัวมีประสบการณ์ดูนกมาบ้างเล็กน้อย บวกกับข้อมูลตามลิ้งค์อ้างอิงด้านล่างที่แปลประกอบลงไป มาดูกันว่าเด็คนี้พูดถึงนกตัวไหนกันบ้าง

Raptor

คือคำจำกัดความของนกนักล่า ซึ่งมีความสามารถในการมองเห็นเหยื่อและจัดการเหยื่อด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งจากกรงเล็บและจะงอยปากที่แหลมคม

Strix

คือจีนัสของนกฮูกที่ไม่มีหู ในที่นี้ไม่ใช่ว่ามันไม่สามารถได้ยินเสียงรอบข้างได้ แต่เป็นลักษณะของนกฮูกหัวกลมๆที่ไม่มีขนระหว่างคิ้วพาดขึ้นไปจนดูเหมือนหูหรือหงอน ยกตัวอย่างเช่น นกเค้าโมง นกฮูกบ้าน หรือจะให้น่ารักดูดีหน่อย ก็ลองนึกถึงนกฮูกหิมะ ตัวสีขาวโพลน ตาโตตัวกลม นกฮูกขึ้นชื่อว่าเป็นนกนักล่ายามค่ำคืน เราจึงไม่ค่อยพบเห็นมันบ่อยเท่าไรนัก ปกติในตอนกลางวันมักหลบนอนตามต้นไม้หรือโพรงไม้ หรือใต้หลังคาบ้านเงียบๆ เป็นต้น

//ประสบการณ์ส่วนตัว นกฮูกเป็นนกที่ล่าเก่งมาก ตอนบินกับตอนลงเกาะกิ่งไม้แทบไม่ได้ยินเสียง รู้ตัวอีกทีได้ยินเสียงกรงเล็บเคาะกับพื้นหลังคา พร้อมเสียงเหยื่อในอุ้งเล็บเป็นที่เรียบร้อย ตอนกลางวันหาตัวยากมากถึงมากที่สุด หลบคนเก่งมากๆ

Falcon

เป็นนกเหยี่ยวสปีชีส์หนึ่งที่สามารถพบเห็นได้ทั่วโลก ยกเว้นที่ทวีป แอนตาร์กติกา ในช่วงปีแรกๆของนกชนิดนี้ จะยังคงมีปีกที่กว้างเพื่อการฝึกบิน พอเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยปีกจะเรียวบางลง เพื่อทำให้สามารถเพิ่มความเร็วได้มากขึ้นและสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางการบินได้ในทันที เหยี่ยวที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ เหยี่ยวเพเรกริน (Peregrine) เจ้าของสถิติความเร็วในการทิ้งตัวที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็ว 320 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง

//เคยนั่งดูลูกเหยี่ยวเพเรกรินอพยพ พลัดหลงมาอยู่แถวบ้าน เวลาล่าเหยื่อค่อนข้างผาดโผนมาก มีทั้งบินมองจากที่สูงแล้วทิ้งดิ่งลงใส่นกข้างล่าง โฉบมาจากต้นไม้ก็มี หรือถ้าแรงเยอะ สามารถบินฉวัดเฉวียนไล่นกอื่นได้หลายนาที แถมบินลอดบินผ่านไปรอบบ้านไม่มีชนแม้ทางจะแคบก็ผ่านสบาย ที่น่าสงสารอย่างเดียวคือ ทำแบบนี้แล้วเหนื่อยก่อนจับเหยื่อได้นั่นเอง

Eagle

นกอินทรี เป็นนกนักล่าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับนกนักล่าชนิดอื่นๆ มีพละกำลังมาก มีส่วนหัวและปากที่ค่อนข้างหนัก ปีกกว้างและตรง บินเร็ว จะงอยปากเป็นรูปตะขอสำหรับฉีกเนื้อเหยื่อ กล้ามเนื้อขาแข็งแรง มีกรงเล็บทรงพลัง สายตาดีมากและสามารถตัดแสงสะท้อนที่เข้ามา น้ำหนักตัวมากกว่านกนักล่าชนิดอื่นๆ เวลาบินลงจับเหยื่อจึงไม่ค่อยเปลี่ยนทิศทางแต่ใช้พละกำลังในการจัดการกับเหยื่อเป็นหลัก

//เป็นนกที่เวลาบินสูงๆจะบินเร็วมาก แต่เวลาร่อนต่ำๆ จะดูสง่างามมาก ปีกกว้างสมคำร่ำลือ ถ้าให้เปรียบก็เหมือนจ้องตาคนที่ดุๆ เวลาจับเหยื่อไม่ค่อยมีพิธีรีตรอง เจอเมื่อไหร่ขย้ำเมื่อนั้น เป็นนกที่ถ้าบินผ่านแล้วนกอื่นจะเงียบเหมือนไม่มีนกอยู่สักตัว

Lanius

เรียกง่ายๆชื่อภาษาไทยก็คือ นกอีเสือ ถูกจัดอยู่ในลำดับของ แพสเซอร์รีน (Passerine) ซึ่งมีความหลากหลายค่อนข้างมาก จริงๆแล้วญาติของมันในลำดับนี้ไม่ค่อยจะพบว่ามีแนวเป็นนกนักล่าเท่าไรนัก ออกจะเป็นนกกินพืชเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับนกอีเสือซึ่งในไทยพบตอนช่วงฤดูหนาว เป็นนกนักล่าประจำทุ่งกว้าง มักเกาะตอไม้หรือต้นไม้แห้งจากมุมสูง แล้วโฉบบินล่าเหยื่อจำพวกแมลงหรือสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆ สาเหตุที่ไม่จัดนกอีเสือไว้ในกลุ่มของนกนักล่าจริงๆนั้น เป็นเพราะกรงเล็บของนกชนิดนี้ไม่แข็งแรงเพียงพอเท่ากับนกนักล่าตัวอื่นๆ

//ปกติตัวเต็มวัยค่อนข้างมีมารยาท มาเงียบๆ จับเหยื่อก็จับเงียบๆ เว้นพวกวัยเด็ก มาเมื่อไหร่ต้องแสดงศักดา ร้องแก๊กๆๆจนเสียงลั่นทุ่ง ไม่ค่อยกลัวคน และนกอื่นๆก็ไม่ค่อยกลัวมันเท่าไหร่ บางทีโดนนกอื่นไล่ด้วยซ้ำ แต่เป็นนกที่พบเจอง่ายเวลาเข้าหน้าหนาว

Vulture

นกแร้ง อาจจะดูไม่เหมือนนกนักล่าเท่าไรนัก ด้วยชื่อเสียงที่ถูกมองว่าเป็นสัตว์กินซากนั่นเอง ไม่บ่อยนักที่พวกมันจะล่าสัตว์ที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่มุ่งความสนใจในการล่าไปยังสัตว์ที่ป่วยหรือใกล้ตายมากกว่า ถึงกระนั้น ก็ยังต้องรอให้สัตว์กินซากตัวอื่นๆมาแทะกินซากเสียก่อน เพราะมันไม่สามารถจิกผิวของสัตว์ที่ตายให้ทะลุออกได้ นกแร้งจำเป็นต่อพื้นที่เขตร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำย่อยในกระเพาะของมันสามารถทนต่อเชื้อโรคอันตรายได้ อาทิเช่น โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum toxin) โรคอหิวาต์สุกร (Hog cholera) และ แบคทีเรียแอนแทร็กซ์ (Anthrax) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์นักล่าตัวอื่นๆ

 

ที่มาของข้อมูลบางส่วน >> https://en.wikipedia.org/wiki/Bird_of_prey